ทำไม เล่นพนัน เสียตลอด ยังเล่นกันอยู่  หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย
การพนัน  หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย การพนัน ข้อเสีย ลักษณะคนติดการพนัน หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด  โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย
ถูกหวย ไม่ได้ทำให้รวยขึ้น หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย โพลชี้ ร้อยละ 75 หวยใต้ดินเป็นเรื่องปรกติ3979 หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย
ธุรกิจใต้ดิน บอล บ่อน หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย ไทยรัฐ หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย
ผลการออกสลากเชื่อถือได้หรือไม่ หวยล๊อก 404 79 โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย หวย โปรแกรมหวย เจ้ามือหวย เลขเด็ด ล๊อตเตอรี่ โปรแกรมเจ้ามือหวย
รายการวัฒนธรรมชุบแป้งทอด พรุ่งนี้รวย ข่าวสามมิติ  ผลของการพนันที่มีต่อสมอง เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด
เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คำนวนสูตรหวย หวยออนไลน์ หวย เจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด จัดระเบียบธุรกิจใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย

เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย
เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย
เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย
เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด หวย
เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด เจ้ามือหวย โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย คอหวย เลขเด็ด

ผู้เขียน หัวข้อ: การเมืองเรื่องการพนัน (เตือนผีพนันรับมหกรรมบอลโลก)  (อ่าน 2508 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

One of A Kind
Level 14 : เจ้ามือหวย
**********
เดินไปด้วยกัน ยิ่งทำ ยิ่งกำไร
คะแนนความนิยม +860/-17
จาก: สมุทราปราการ
คิด - วิเคราะห์ - แยกแยะ

การเมืองเรื่องการพนัน (เตือนผีพนันรับมหกรรมบอลโลก)

โดย...กำพล นิรวรรณ
       
อ้างถึง
       หมายเหตุผู้เขียน : มหกรรมบอลโลกเวียนมาบรรจบครบรอบอีกคำรบ ท่ามกลางการรอคอยอย่างงุ่นง่านของบรรดาผีพนัน นัยว่างานนี้จะมีเงินหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันเป็นหมื่นๆ ล้านบาท แต่ที่แน่ๆ กว่างานจะปิดฉากผีหลายตนคงจะสิ้นเนื้อประดาตัวเหลือแต่ไอ้จ้อน จึงขอนำเรื่องเล่า “การเมืองเรื่องการพนัน” ที่ผมเรียบเรียงเอาไว้เมื่อปี 2007 ตอนบีบีซีไทยเพิ่งปิดตัวลงใหม่ๆ มาให้อ่านกันเป็นแง่คิด ขณะนั้นรัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของ นายโทนี่ แบลร์ กำลังผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเปิดเสรีธุรกิจการพนัน


“การเมืองเรื่องการพนัน” เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถกเถียงกันอย่างหนักในหลายประเทศ รวมทั้งในบ้านเราเอง เหตุที่เป็นประเด็นร้อนก็เพราะธุรกิจการพนันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายๆ ภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะประเทศที่ยึดแนวทางตลาดเสรีเป็นต้นแบบในการพัฒนา
       
       ในขณะที่สังคมไทยกำลังถูกโรคพนันรุมเร้าอย่างหนัก ไหนจะปัญหาหวยใต้ดินบนดิน ปัญหาเลขท้ายสองตัวสามตัว แถมยังเจอแรงกดดันจากอุตสาหกรรมการพนันที่พยายามผลักดันให้มีการพนันทางออนไลน์ โดยที่ยังไม่มีใครบอกได้ว่า นักการเมืองผู้มีอำนาจจะนำพาพวกตนไปทางไหนนั้น
       
       โลกตะวันตกซึ่งผ่านบทเรียนกับเรื่องแบบนี้มาช้านาน จนน่าจะสามารถสร้างระบบกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นมารองรับผลร้ายของอบายมุขประเภทนี้ได้ ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งกฎหมาย ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ยังมีคนฝ่าฝืนเล่นการพนันที่กฎหมายห้ามเล่นกันโดยทั่วไป
       
       อย่างเช่นที่อังกฤษ ปัญหาลักลอบเล่นการพนันกลายเป็นปัญหาเรื้อรังกัดกร่อนสังคมตลอดมา แม้จะมีการออกกฎหมายอนุญาตให้มีการเปิดร้านรับแทงพนันได้ทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อสี่สิบปีก่อน จนกระทั่งเวลานี้เปิดกันทั่วทุกมุมเมือง ถึงขนาดนั้นแล้วพวกคอพนันเมืองผู้ดีก็ยังไม่รู้จักอิ่ม ยังอยากจะเล่นของที่กฎหมายห้ามเล่นในที่ต้องห้าม
       
       ส่วนผีพนันอีกจำพวกนั้นแอบแทงพนันทางออนไลน์กันทั้งวันทั้งคืนในบ้านของตัวเอง ทั้งที่กฎหมายยังไม่อนุญาตเช่นกัน แต่อาศัยช่องโหว่ที่มีบริษัทหัวใสเปิดบริการมาแต่แดนไกล อย่างเช่น แคริเบียน และยิบรอลตา ก็เลยเล่นกันใหญ่ สร้างความฉิบหายให้แก่ตัวเองและสังคมอย่างมหาศาลในแต่ละปี
       
       อย่างกรณีของเด็กสาวคนหนึ่งที่ติดพนันทางออนไลน์ชนิดเล่นจนมีหนี้สินล้นพ้นตัว เธอชื่อ Sharna Baker ทำงานอยู่ฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง เธอเล่าให้ผู้จัดรายการวิทยุแห่งหนึ่งฟังว่า เมื่อปีที่แล้ว บ่ายวันหนึ่งหลังเบิกเงินจากธนาคารไปประมาณ 500 ปอนด์ หรือประมาณ 35,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนในปี 2007 เวลานั้น 1 ปอนด์สเตอลิงเท่ากับประมาณ 70 บาท เพราะฤทธิ์ตำยำกุ้งยังไม่หมด) เกิดนึกยังไงขึ้นมาไม่ทราบ ก็ไปลองเสี่ยงดวงแทงพนันทางออนไลน์ดู ปรากฏว่า ดวงดีผีเข้าแทงแล้วถูก พอถูกก็แทงต่อ ยิ่งแทงยิ่งได้ แค่สองชั่วโมงได้ไปกว่า 20,000 ปอนด์ หรือกกว่าล้าน 4 แสนบาท ทีนี้ก็ชักได้ใจเล่นต่อไม่ยอมเลิก
       
       แต่เมื่อดวงขึ้นได้ มันก็ตกได้ พอวันรุ่งขึ้นดวงแกก็ตกจริงๆ ยิ่งแทงยิ่งถูกกิน ไปๆ มาๆ หมดไป 22,000 ปอนด์ หมดตัวเลย ทีนี้จะทำไงดี จะเลิกไปเลยก็เสียดาย เพราะเมื่อวานเพิ่งจะถูกไปหยกๆ มันน่าจะลองอีกที เพื่อจะได้เอาคืน คิดดังนั้นแล้วคุณ Sharna ก็เลยเริ่มทำเรื่องขอบัตรเครดิตจากธนาคาร ขอไปหลายใบ เอาไปกดเงินเพื่อแทงพนันทางออนไลน์ต่อ
       
       ในช่วงเวลาเจ็ดแปดเดือนนับแต่วันที่แพ้หมดตัววันนั้น เธอทำบัตรเครดิตไปราวๆ เจ็ดใบเอาไปเบิกเล่นพนันใบละสามสี่พันปอนด์ แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมคือ แพ้หมดตัวทุกที รวมเบ็ดเสร็จหมดไปอีกราวสองหมื่นกว่าปอนด์ พอไม่มีเงินคืนธนาคาร ธนาคารก็สั่งระงับการใช้บัตร ทีนี้จะทำไงต่อ เพราะผีพนันเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว เธอก็ใช้วิธีไปกู้ยืมเขามา รวมแล้วได้มาอีกราวๆ 20,000 ปอนด์ ตั้งใจว่าจะแบ่งไปเล่นสัก 250 ปอนด์พอ แล้วก็หวังเต็มที่ว่าเที่ยวนี้คงจะชนะ เพื่อจะได้ถอนคืนที่เสียไปหมดตัวก่อนหน้านั้น แต่ไปๆ มาๆ ห้ามใจไว้ไม่อยู่ เผลอแป๊บเดียวเงินที่กู้มาก้อนสุดท้ายก็หายไปอีก
       
       คราวนี้เธอก็ไม่รู้เหนือรู้ใต้แล้ว จนแต้มทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว จะไปกู้ยืมใครเขามาเพื่อจะมาสนองความคลั่งไคล้ในการพนัน ก็ไม่มีใครเขายอมให้กู้อีก เหลือทางออกสุดท้ายคือ ทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเอง นั่นก็คือ ขโมยเงินของบริษัทที่ตัวเองเป็นลูกจ้างอยู่ โดยอาศัยตำแหน่งการงานใช้พาสเวิร์ด หรือรหัสผ่านที่นายจ้างอุตส่าห์ไว้วางใจมอบให้เพื่อให้เธอโอนเงินเข้าออกระหว่างลูกค้ากับบริษัทนั่นเองเป็นกุญแจ สั่งโอนเงินจากบัญชีของบริษัทเข้าบัญชีของตัวเองถี่ยิบ จนจำไม่ได้ว่ากี่รายการ พอวันรุ่งขึ้นเธอก็หมกตัวอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทงพนันทางออนไลน์ แทงทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายถูกกินไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว บริษัทต้นสังกัดก็ถึงกับพังพาบ ถูกบริษัทอื่นเข้าไปฮุบกิจการ
       
       ถึงจุดนี้เธอมึนตื้อทำอะไรไม่ถูก กลัวจนตัวสั่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แอบร้องห่มร้องไห้อยู่คนเดียว พอเครียดหนักถึงขั้นคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ก็หันไปบอกความจริงแก่คนรักให้เขาช่วยปลอบใจจึงได้สติขึ้นมาบ้าง
       
       แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถูกตำรวจจับในข้อหาลักทรัพย์ พอตำรวจแจ้งให้ทราบว่าวงเงินที่เธอยักยอกไปจากบริษัทมีทั้งสิ้น 460,000 ปอนด์ เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นึกไม่ถึงว่ามันจะมากมายถึงขนาดนั้น เลยยิ่งอกสั่นขวัญแขวนไปใหญ่ เพราะคิดว่าคราวนี้คงต้องติดคุกแน่แล้ว แต่เดชะบุญศาลเมตตาที่เธอรับสารภาพ และยอมรับว่าตนเองมีปัญหาติดการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น ก็เลยสั่งให้เธอเข้ารับการบำบัดทางจิตใจกับสถานบำบัดผู้ติดการพนันแทนที่จะส่งเข้าคุก

       
       ครับนั่นคือเรื่องราวของเหยื่อพนันในอังกฤษคนหนึ่ง ที่ยอมออกมาให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุ เพื่อเป็นอนุสติเตือนคนอื่นๆ ไม่ให้พลัดหลงเข้าไปในวังวนอุบาทว์เช่นเดียวกับตน นั่นก็เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการพนันในสังคมที่เจริญแล้วแห่งนี้ เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของความสูญเสียทางสังคมที่นับวันรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที

เฉพาะเมื่อปี 2006 ปีเดียว ธุรกิจการพนันได้ดูดเงินจากกระเป๋าของชาวเมืองผู้ดีไปรวมเบ็ดเสร็จก็ประมาณ 53,000 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวสามล้านเจ็ดพันกว่าล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2007) ถ้านึกไม่ออกว่าวงเงินจำนวนนี้มันมากมายแค่ไหน ก็ลองเขียนเลขสามหลักคือ 371 วางเอาไว้ เติมศูนย์เข้าไปข้างหลังอีกสิบตัว แล้วลองไล่เลียงนับดูครับว่ามันมหาศาลแค่ไหน เรียกว่าสูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ จัดไปให้กระทรวงศึกษาธิการของเขาใช้ทั้งปีเป็นไหนๆ
       
       สรุปแล้ว โรคการพนันกลายเป็นมะเร็งร้ายที่กำลังกัดกร่อนสังคมอังกฤษจนผุโทรมลงไปทุกขณะ เมื่อสังคมล้มป่วยก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่จะต้องหาทางเยียวยารักษา แต่วิธีเยียวรักษาที่นักการเมืองอังกฤษมองเห็นก็คือ การออกกฎหมายฉบับใหม่ เปิดเสรีธุรกิจการพนันมันเสียเลย ซึ่งก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คอพนันได้เสี่ยงโชคกันตามใจชอบยิ่งขึ้น
       
       กฎหมายฉบับใหม่นี้มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการพนันปี 2005” ซึ่งผ่านสภาฯ ออกมาเมื่อปีที่แล้ว และมีผลบังคับใช้ในราวไตรมาสที่ 3 ของปี 2007 ตามกฎหมายฉบับนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจการพนันสามารถจะเข้าไปตั้งบ่อนพนันขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งบันเทิงครบครัน หรือที่เรียกว่าซูเปอร์กาสิโนก็ได้ หรือจะเปิดบริการรับแทงพนันทางออนไลน์ก็ได้ แถมอาจมีการอนุญาตให้สถานดื่มกินประเภทผับ หรือบาร์ต่างๆ เปิดโต๊ะไพ่โป๊กเกอร์ให้ลูกค้าเข้าไปเล่นกันได้ด้วย เพราะขณะนี้ไพ่โป๊กเกอร์กำลังกลายเป็นที่นิยมของชาวอังกฤษอย่างกว้างขวาง
       
       นั่นคือวิธีการรักษาอาการป่วยทางสังคมของนักการเมืองอังกฤษ เหตุผลหลักๆ ที่เขายกมาอ้างในการออกกฎหมายฉบับนี้ก็คือ เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการอาชญากรรมอาศัยการพนันเป็นฉากบังหน้าในการประกอบมิจฉาชีพ นั่นประการแรก ประการที่สอง เพื่อให้การพนันดำเนินไปอย่างเปิดเผย และเป็นไปตามกติกา ประการสุดท้าย เพื่อป้องกันเยาวชน และผู้ที่เสียงต่อการถูกหลอก ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของวงการพนัน
       
       แต่เหตุผลทุกประการของฝ่ายการเมืองกลับถูกสังคมหลายภาคส่วนตำหนิติเตียนอย่างหนัก หาว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างข้างๆ คูๆ แท้จริงแล้ว รัฐบาลอยากหาเงินเข้าคลังด้วยวิธีมักง่ายเสียมากกว่า เพราะเท่าที่เป็นอยู่คนอังกฤษก็ติดพนันกันงอมแงมพออยู่แล้ว เรื่องอะไรถึงต้องแก้กฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เจ้ามือบ่อนยักษ์ใหญ่จากอเมริกาเข้าไปเปิดซูเปอร์กาสิโน เปิดบ่อนพนันทางออนไลน์ให้ประชาชนถูกมอมเมาหนักเข้าไปอีก
       
       ครับ การพนันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาช้านาน เช่นเดียวกับการค้าประเวณีและอบายมุขอื่นๆ อีกหลายชนิด อาจารย์ David Schwarz ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาด้านการพนันแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา ได้เขียนหนังสือที่น่าสนใจมากๆ ขึ้นมาเล่มหนึ่งชื่อ Roll the Bones: The History of Gambling แปลเป็นไทยก็คือ “การทอยลูกเต๋า : ประวัติความเป็นมาของการพนัน” คำว่า Bones ที่แปลตรงตัวว่ากระดูกนั่นละครับ คนอเมริกันเขาหมายถึงลูกเต๋าด้วย ส่วนคนอังกฤษส่วนใหญ่จะใช้คำว่า Dice
       
       อาจารย์ผู้นี้บอกว่า เรื่องของการพนันนั้นมีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณพร้อมๆ กับศาสตร์ในการทำนายทายทักชะตาชีวิตของคนเรานู่นแล้วละครับ ซึ่งเรื่องของการทำนายทายทักชะตาชีวิต หรือที่เรียกว่าโหราศาสตร์นั้น ในโลกเราก็มีอยู่หลากรูปหลายแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละสังคม แต่ละวัฒนธรรม
       
       อย่างในสังคมตะวันออกหลายๆ แห่งก็ใช้วิธีจับยามสามตามั่ง ดูฤกษ์ดูยาม หรืออ่านดวงอ่านดาว อ่านลายมือลายเท้ามั่ง อะไรทำนองนี้ ส่วนในวัฒนธรรมของชาวคริสต์ ก็มีหลักฐานปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า มีการพูดถึงการใช้วิธีจับฉลากในการแก้ปัญหากรณีพิพาท เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาการเมืองเรื่องยุ่งขิงเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ใช้วิธีเสี่ยงได้ เสี่ยงเสีย ด้วยการจับไม้สั้น ไม้ยาว ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปเลย ไม่ต้องมาเถียงกันให้มากความ
       
       ครั้นเวลาผ่านไป มนุษย์เราก็นำวิธีเสี่ยงได้เสี่ยงเสียแบบนี้มาประยุกต์ใช้กับการพนัน โดยใช้เงินบ้างสินค้าบ้าง หรือหนักๆ เข้าก็เอาของมีค่าส่วนตัวมาวางเป็นเดิมพันกัน พูดง่ายๆ ว่าวิวัฒนาการของมันค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างเวลาถึงเทศกาลบูชายันต์ เดิมทีต้องอาศัยโหราจารย์มานั่งทอยลูกเต๋าเพื่อตัดสินว่า ชาวบ้านคนไหนต้องเสียสละแกะสิบตัว คนไหนต้องสละยี่สิบตัว ก็วิวัฒนาการมาถึงขั้นที่ชาวบ้านเอาลูกเต๋ามาทอยพนันกันเอง โดยใช้แกะทั้งฝูงที่แต่ละฝ่ายมีอยู่เป็นเดิมพันกันเลย เรียกว่าทุ่มกันชนิดให้มันรู้ดีรู้ชั่ว ให้มันหมดเนื้อหมดตัวกันไปข้างหนึ่ง ลูกเมียไม่ต้องไปคำนึง
       
       อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นมาเกี่ยวกับการพนันผู้นี้บอกว่า ในสมัยโรมันเรืองอำนาจนั้น ทั่วทั้งอาณาจักรมีการเล่นการพนันกันทุกหัวระแหง เพราะในทุกเมืองจะมีโรงเตี๊ยมกระจายอยู่ทั่วไป โรงเตี๊ยมแต่ละแห่งก็จะมีพร้อมทั้งสุราเมรัย ทั้งหญิงงามเมืองไว้คอยบริการแก่ลูกค้าที่เข้าไปพักค้างอ้างแรม โรงเตี๊ยมที่ว่านี้บางแห่งยังหลงเหลือร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในซากเมืองปอมเปอี ซึ่งถูกภูเขาไฟเวซซูเวียสถล่มทับเมื่อเกือบสองพันปีก่อน ซึ่งจากการศึกษาซากโรงเตี๊ยมเหล่านี้พบว่า แต่ละแห่งมีการจดตัวเลขหนี้สินของลูกค้าไว้บนผนังห้อง ซึ่งก็เป็นห้องที่เปิดให้ลูกค้าแทงพนันนั่นเอง เป็นตัวเลขที่ลูกค้าเล่นแพ้แล้วขอติดหนี้เอาไว้ก่อน
       
       ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ เมื่อนึกภาพว่าหลายๆ คนกำลังตั้งหน้าตั้งตาแทงต่อหมายจะถอนทุนคืน แล้วจู่ๆ ก็ถูกภูเขาไฟถล่มทับตายคาโต๊ะพนัน พร้อมกับหนี้สินที่ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ตายไปโดยที่ไม่สามารถถอนทุนคืนสำเร็จ เหลือไว้แต่ตัวเลขประทับแน่นอยู่บนฝาผนังให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ว่า ข้าคือนักพนันที่ถูกกงล้อประวัติศาสตร์ทับตายคาบ่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2014, 11:52:45 PM โดย เฮีย เหมา »

One of A Kind
Level 14 : เจ้ามือหวย
**********
เดินไปด้วยกัน ยิ่งทำ ยิ่งกำไร
คะแนนความนิยม +860/-17
จาก: สมุทราปราการ
คิด - วิเคราะห์ - แยกแยะ

เวลาผ่านไปแล้วเกือบสองพันปี นับแต่นาทีที่ภูเขาไฟเวซซูเวียสพ่นอาเจียนเดือดๆ ลงไปฝังเมืองปอมเปอี และช่วยเก็บรักษาตัวเลขหนี้สินของเหล่านักพนันชาวโรมันไว้ให้ชนรุ่นหลังดูต่างหน้า นับแต่นั้นมา ความนิยมด้านการพนัน รวมทั้งการยอมรับของคนในสังคมต่อการพนันก็มีขึ้นมีลงแล้วแต่ยุคแต่สมัย และบัดนี้มนุษย์เราก็ได้ก้าวมาถึงยุคโลกาภิวัตน์ ยุคที่ทุนนิยมพุ่งแรงสุดขีด กระแสความนิยมด้านการพนันก็ดูจะพุ่งแรงเป็นเงาตามตัว ไม่เฉพาะแต่ในสังคมตะวันตกเท่านั้น แต่ในเกือบทุกมุมโลกทีเดียว
       
       เฉพาะที่อังกฤษในช่วงหกปีที่ผ่านมา (2000-2006) มีประชากรถึงกว่าร้อยละเจ็ดสิบของประเทศที่เล่นการพนันกันเฉลี่ยแล้วอย่างน้อยปีละครั้ง พูดง่ายๆ ว่าในทุกๆ สี่คนบนเกาะอังกฤษจะมีคนเล่นพนันอย่างน้อยปีละครั้งถึงสามคน
       
       กระแสความนิยมด้านการพนันของชาวเมืองผู้ดีมาแรงถึงขนาดที่แม้แต่ชุมชนชาวคริสต์นิกาย Methodist ซึ่งเป็นนิกายที่เคร่งครัด และคัดค้านการพนันมาโดยตลอดก็ยังต้องยอมยกธงขาวครับ ผู้นำคนหนึ่งของชุมชนนี้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้ว่า ถึงอย่างไงเธอก็ยังมองไม่เห็นข้อดีของการพนันอยู่ดี เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้วว่า มีคนเล่นกันจนล้มละลายถึงขนาดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา แต่ในเมื่อต้านไม่อยู่ก็ต้องทำใจยอมรับว่า ถึงอย่างไรก็คงไม่มีใครสามารถกำจัดการพนันให้สิ้นไปจากโลกได้ ต้องจำใจยอมรับความจริงข้อนี้
       
       และก็ต้องยอมรับข้อโต้แย้งของฝ่ายที่สนับสนุนกฎหมายการการพนันฉบับใหม่ไปด้วยโดยปริยายว่า อย่างน้อยสังคมก็สามารถนำภาษีจากการพนันไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ได้
       
       คำถามที่ตามมาก็คือว่า เมื่อเป็นเช่นนี้เมื่อศาสนจักรเอง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องจรรโลงศีลธรรมของสังคมไม่สามารถต้านกระแสอบายมุขได้แล้ว สังคมจะฝากความหวังไว้กับใครได้อีก? หรือว่าไปๆ มาๆ อบายมุขชนิดนี้ได้หยั่งรากลึกลงไปในระบบทุนนิยม จนเราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว นอกจากจะหันมายอมมัน และหาทางปรับใช้ประโยชน์จากมันเพียงทางเดียว



      อาจารย์ David Schwarz ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความเป็นมาของการพนัน อธิบายถึงอิทธิพลของการพนัน โดยยกตัวอย่างว่า อย่างในเรื่องของลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นผลิตผลของระบบทุนนิยมนั้น เมื่อใครผู้ใดถูกรางวัลก็จะกลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาทันที โดยไม่ต้องทำงานทำการ มันก็เลยเย้ายวนให้คนอีกจำนวนมากหวังรวยลัดรวยเร็วแบบเดียวกัน หวังกันแบบลมๆ แล้งๆ ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจในการประกอบสัมมาชีพของคนในสังคม คือแทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเก็บหอมรอมริบ ก็กลับไปหมกมุ่นกับการพนัน ซื้อลอตเตอรี่ ซื้อหวย หวังรวยในชั่วเวลาแค่ข้ามคืน
       
       เขาบอกว่าสังคมเริ่มจะมองว่า การพนันเป็นอบายมุขจริงๆ ก็ในยุคที่โลกเราได้วิวัฒนาการเข้าสู่ยุคทุนนิยมนี่เอง ในยุคก่อนหน้านั้น สังคมมองแค่ว่าคนที่เล่นพนันเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาว หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ไม่คิดจะทำงานทำการเหมือนชาวบ้านชาวช่อง แต่ไม่ได้มองว่าตัวของการพนันเองนั้นเป็นเรื่องเลว ถ้าจะเลวก็คือ คนเล่นนั่นเองที่เลว โดยเฉพาะคนที่เล่นแบบหามรุ่งหามค่ำ หมกมุ่นอยู่กับการพนันทั้งวันทั้งคืน สังคมก็จะตำหนิเฉพาะคนคนนั้นว่าไม่ดีเอง
       
       อาจารย์ David บอกว่า อย่างเช่นในหนังสือชื่อ The Canterbury Tales ที่นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ชาวอังกฤษคนหนึ่งคือ Geoffrey Chaucer เขียนไว้เมื่อกว่าหกร้อยปีก่อน หรือก่อนยุคเชคสเปียร์ราวสองร้อยปี ในเนื้อเรื่องมีตัวละครบางตัวที่วันๆ เอาแต่เล่นการพนัน งานการไม่ยอมทำ ซึ่งนิสัยแบบนั้นคนทั่วไปในสมัยนั้นก็มองแค่ว่าเป็นคนนิสัยไม่ดี
       
       จนกระทั่งเมื่อโลกเราเริ่มวิวัฒนาการเข้าสู่ระบบทุนนิยมเมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง ที่ทัศนคติในเรื่องการดำรงชีวิตเปลี่ยนไป คือ สังคมยกย่องคนที่ไม่ข้องแวะกับการพนัน ยกย่องคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งาน รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ ไม่สุรุ่ยสุร่าย
       
       ทุกวันนี้เหตุผลในการต่อต้านคัดค้านการพนันดูจะซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยากแก่การเข้าใจมากขึ้นทุกที ดังที่เราจะเห็นว่า แม้แต่คนที่เข้าวัดเข้าวาเป็นประจำหลายต่อหลายคนก็ยังเล่นการพนันเป็นประจำเช่นกัน ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง และว่ากันที่จริงแล้ววัดนั่นแหละที่ถูกคนเหล่านี้แปลงเป็นบ่อนในต่างกรรมต่างวาระ
       
       ผมเองจำได้ว่าตอนเด็กๆ เวลามีงานวัดทีไร ก็จะเห็นผู้ใหญ่จับกลุ่มตั้งวงพนันกันในวัดนั่นเอง วงสะบ้าก็จะตั้งกันกลางลานวัด วงไพ่ วงไฮโลก็ไปว่ากันในโบสถ์ต่อหน้าพระพุทธรูปองค์ประธานเลย พูดง่ายๆ ว่าคนเหล่านี้มีไม่น้อยที่เป็นคนธรรมะธัมโมจริงๆ ซึ่งเท่าที่ผมเข้าใจธรรมะก็สอนให้ละอบายมุข แต่เหตุไฉนคนเหล่านี้ถึงไม่เฉลียวใจว่า สิ่งที่ตัวเองเสพอยู่นั้นคือ อบายมุขแท้ๆ
       
       นั่นคือปัญหาที่ยากแก่การเข้าใจ แต่ที่เข้าใจได้ไม่ยากก็คือ การพนันนอกจากมันจะเข้าออกไม่บอกใครแล้ว มันไม่เลือกชนชั้นด้วยครับ จะยากดีมีจนยังไงก็มีสิทธิหลงมนต์มายาของมันได้ทั้งนั้น ผิดแต่ว่าภาพที่ออกมาจะต่างกัน คือถ้าชาวบ้านตาสี ตาสา ชาวนา ชาวไร่ ซื้อหวยหรือเล่นไพ่เล่นไฮโลก็จะถูกมองว่า จนแล้วไม่เจียม และถ้าเกิดดวงดีผีเข้าถูกรางวัลที่หนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นได้นานทีปีหน ก็จะถูกมองด้วยความหยามหมิ่นว่า เป็นสามล้อถูกหวย เป็นเศรษฐีตีนโต โง่เง่าเต่าตุ่น แต่เวลาเศรษฐีตัวจริงหอบเงินไปเข้าบ่อนกาสิโนในต่างประเทศ กลับกลายเป็นเรื่องโก้เก๋ แล้วก็ดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมไปเสียด้วยซ้ำว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็ต้องไปเข้ากาสิโนให้ได้
       
       อย่างเมื่อต้นเดือนกันยายนปี 2549 หรือแค่ราวๆ สองสัปดาห์ก่อนที่อาบังสนธิจะเข็นรถถังออกมายึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นั่นละครับ รัฐมนตรีจากเมืองไทยคนหนึ่ง (ที่ตอนนี้หนีคดีซื้อรถ-เรือดับเพลิง กทม.ไปอยู่ต่างประเทศแล้ว) ได้นำคณะผู้ติดตามเข้าไปแทงพนันกันในกาสิโนของโรงแรมริทซ์ โรงแรมหรูหราระดับห้าดาวในย่านกลางกรุงลอนดอน
       
       เผอิญเพื่อนผมคนหนึ่งได้ไปรู้เห็นพฤติกรรมของนักการเมืองผู้นี้ด้วยตาตัวเองแล้วก็มาเล่าให้ฟัง ความจริงเขาให้นำคณะไปดูงานด้านการท่องเที่ยว แต่พี่แกเล่นไปหมกอยู่ในกาสิโนเกือบทุกวัน แล้วที่เล่นไปก็ไม่รู้ว่าใช้เงินของตัวเองหรือเงินภาษีของประชาชน
       
       
       แหมไหนๆ จะพูดแล้วก็ขอพูดต่ออีกนิดครับ เรื่องนักการเมืองยกทีมไปดูงานเมืองนอกนี่ ทีหน้าทีหลังควรจะมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใสหน่อยนะครับว่าจริงๆ แล้วไปดูงาน หรือไปเที่ยวกันแน่ เพราะแต่ละปีใช่ว่าจะไปกันแค่ชุดเดียวเสียเมื่อไหร่ อย่างชุดที่ผมพูดถึงนี่ยกกันไปตั้งสิบหกคน ไปพักอยู่ลอนดอน 4 วัน ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเป็นคนไทย เขามีห้องให้เลือกหลายราคา ห้องขนาดแค่ร้อยกว่าปอนด์ หรือราวๆ เจ็ดพันกว่าบาทต่อคืนนี่ ก็ถือสุดหรูแล้วสำหรับคนไทยโดยทั่วไป
       
       แต่พี่ท่านคงจะเห็นว่าแค่นั้นมันดูกระจอกไปหน่อย ต้องระดับสองร้อยเจ็ดสิบปอนด์ หรือเกือบสองหมื่นบาทต่อคืน (ตามอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2007) ถึงจะสมศักดิ์ศรี ส่วนตัวท่านเองนั้น พักห้องชุดพิเศษครับ เจ็ดร้อยกว่าปอนด์ หรือห้าหมื่นกว่าบาทต่อคืน พักอยู่ 4 คืนก็เท่ากับว่าเฉพาะตัวท่านเองต้องใช้ภาษีของประชาชนจ่ายค่าห้องไป 2 แสนกว่าบาท ตัวเลขทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่ของไทยในลอนดอนพิมพ์มาให้ผมด้วยตัวเอง รวมทั้งโปรแกรมการดูงานในแต่ละวันที่พวกท่านโดดร่มไปเข้ากาสิโนแทน
       
       ครับ นั่นก็เป็นเพียงตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า การพนันไม่เข้าใครออกใครทั้งสิ้น จะเป็นชาวนา ตาสา ตาสี เป็นเศรษฐีมีเงินถุง เงินถัง หรือเป็นรัฐมนตรีผู้มีพันธกิจที่จะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างของสังคม เอาเข้าจริงล้วนตกเป็นเหยื่อของมันได้ทั้งนั้น ถ้ากำแพงทางศีลธรรมในจิตใจไม่มั่นคงพอ
       
       ทั้งหมดนี้ก็เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า หลักศีลธรรมคำสอนทางศาสนาไม่ว่าศาสนาใด ซึ่งล้วนแต่สอนว่าการพนันเป็นอบายมุขเนี่ย ยังมีบทบาทอยู่หรือไม่ แค่ไหน ที่จะหันเหจิตใจประชาชนให้ละ เลิก หรือลดการพนันลงได้บ้าง หรือว่าต้องฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้กับนักการเมืองที่จะหานโยบายมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้

รต่อสู้กับอบายมุขประเภทการพนัน จึงตกเป็นหน้าที่ของรัฐบาลแต่ผู้เดียว ที่จะต้องหามาตรการมารับมือต่อปัญหานี้ แต่ไปๆ มาๆ วิธีจัดการของเขาก็หนีไม่ระบบทุนนิยม นั่นคือ
       
       ออกกฎหมายมาเปิดเสรีการพนัน ปูทางให้อุตสาหกรรมการพนันได้แข่งขันกันเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติกฎหมายการพนันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปีเลยทีเดียว

       นาย Richard Caborn รัฐมนตรีกีฬาของอังกฤษบอกว่า เหตุที่ต้องผลักดันกฎหมายฉบับใหม่ออกมาใช้แทนฉบับเก่า ก็เพราะฉบับเก่าที่ใช้มาร่วม 40 ปีแล้วนั้น เงื่อนไขข้อบังคับต่างๆ ล้าสมัยหมดแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมการพนันพัฒนาไปไกลลิบ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องไล่ให้ทัน ก็เลยมอบหมายให้คณะทำงานชุดพิเศษร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ขึ้นมา โดยยึดแนวทางในการจัดทำ 3 ข้อใหญ่ๆ ดังที่ได้เรียนไปแล้วนั่นละครับคือ :
       
       1.ปกป้องกลุ่มคนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของการพนันได้ง่าย โดยเฉพาะเยาวชน
       
       2.เพื่อป้องกันไม่ให้มีการก่ออาชญากรรมโดยอาศัยการพนันเป็นฉากบังหน้า
       
       3.เพื่อให้การพนันดำเนินไปอย่างเปิดเผย และเป็นไปตามกติกา
       
       รัฐมนตรีผู้นี้บอกว่า สรุปแล้วก็คือ เป็นการนำเอาหลักธรรมาภิบาลเข้ามาจัดการกับปัญหาการพนัน แหม ภาษาของนักการเมืองนี่ฟังดูทีก็รื่นหูดีนะครับ แต่ฟังอีกทีมันทะแม่งๆ เปิดเสรีการพนันเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลว่าไปนั่น แต่ก็นั่นละครับ สังคมใครก็สังคมมัน สังคมอังกฤษเขาบูชาลัทธิเสรีนิยม ถือว่าเสรีภาพส่วนบุคคลเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น การแก้กฎหมายใดๆ มันก็มีทิศทางบังคับอยู่ในตัว คือถ้าไปเพิ่มมาตรการให้เคร่งครัดขึ้นกว่าเดิม ก็จะเกิดกระแสคัดค้านอย่างรุนแรง เพราะเขาถือว่ามันเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของเขา
       
       ในทางตรงข้าม ถ้าแก้ให้มาตรการผ่อนคลายลง แม้จะมีเสียงคัดค้านบ้างในช่วงแรก มันก็จะแผ่วหายไปในที่สุด แล้วอีกอย่างการพนันกับสังคมอังกฤษนั้นอยู่คู่กันอย่างเปิดเผยมานาน ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าในทุกๆ 4 คนบนเกาะอังกฤษ จะมีคนเล่นพนันอย่างน้อยปีละครั้งถึง 3 คน
       
       เพราะฉะนั้น อย่าได้แปลกใจเลยครับที่แม้แต่ Winston Churchill อดีตนายกรัฐมนตรีที่นำประเทศสู้กับนาซีเยอรมัน สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เป็นนักพนันตัวฉกาจ แม้เจ้าตัวจะเคยลั่นวาทะอมตะว่า การพนันคือความชั่วร้ายก็ตาม โดยเฉพาะตอนอายุ 55 หลังลงจากเก้ารัฐมนตรีคลังได้ไม่นานแกก็เล่นเสียจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ทำเอาลูกเมียต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
       
       ดังนั้น เมื่อพื้นฐานสังคมเป็นเช่นนี้ เมื่ออุดมการณ์ของสังคมตั้งอยู่บนพื้นฐานของลัทธิเสรีนิยม การแก้กฎหมายก็เลยเหมือนถูกบังคับอยู่ในทีให้ต้องแก้เพื่อเอาใจคนในสังคม
       
       นักวิชาการชื่อดังคนหนึ่งที่รัฐบาลของนายโทนี่ แบลร์ แต่งตั้งให้เข้าไปนั่งในคณะกรรมการศึกษาหาแนวทางแก้ไขกฎหมายการพนัน คือ อาจารย์ Jo Wolf แกบอกว่า ถ้าย้อนกลับไปมองสังคมอังกฤษเมื่อห้าสิบปีก่อน ก็จะพบว่า คนอังกฤษมีการลักลอบเล่นการพนันกันมาก เพราะตอนนั้นกฎหมายอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะการแข่งขันประเภทลู่เท่านั้น เช่น แข่งม้า แข่งสุนัข อะไรพวกนี้
       
       ทำให้คอพนันที่อยากเล่นเกมชนิดอื่นไม่มีทางออก ก็เลยใช้วิธีลักลอบเล่นกัน แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ยอมเสี่ยง เพราะรัฐเองก็ถือว่าการพนันเป็นแค่ความผิดสถานเบา
       
       อาจารย์โจ บอกว่า ตอนนั้นสถิติของคนอังกฤษที่ลักลอบเล่นการพนันกันเป็นประจำนั้น มีถึงหนึ่งในสี่ของประชากร พูดง่ายๆ ก็คือ ในทุกๆ สี่คนจะต้องมีคนที่ลักลอบเล่นการพนันเป็นประจำเสียหนึ่งคน
       
       แกบอกว่าในเมื่อมีคนลักลอบเล่นการพนันกันทั้งบ้านทั้งเมือง โดยที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ก็เท่ากับว่ากฎหมายฉบับที่ใช้อยู่ตอนนั้นมีปัญหา กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ อังกฤษเขาถือกฎหมายเป็นใหญ่ครับ ใครทำผิดจะต้องได้รับโทษตามความผิดนั้น ฉะนั้นในเมื่อกฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์ ก็จำเป็นต้องมีการทบทวน ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้จริง
       
       อาจารย์ผู้นี้บอกว่า ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องจดจำไว้เป็นบทเรียน มิฉะนั้นเราก็จะทำผิดอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีที่สิ้นสุด แกบอกว่า คนเราส่วนใหญ่มักจะคิดว่าพอเกิดปัญหาอะไรขึ้น เมื่อออกกฎหมายมาแล้วก็จะแก้ปัญหานั้นได้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเสมอไป

       
       แกบอกว่า ปัญหาจะหมดไปได้ก็ต่อเมื่อคนยอมทำตามกฎหมาย แต่ถ้าออกกฎหมายมาแล้วคนไม่ยอมทำตาม ก็เท่ากับว่าสังคมต้องแบกปัญหาทีเดียวสองต่อ ปัญหาหนึ่งคือ กฎหมายไม่มีน้ำยา อีกปัญหาคือ คนทำผิดได้โดยไม่ต้องรับโทษ
       
       แต่นั่นละครับ มีคนไม่น้อยที่แสดงความปริวิตกว่า การออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเปิดเสรีด้านการพนันตามอย่างอเมริกานั้น จะเปิดทางโล่งโจ้งให้กลุ่มธุรกิจการพนันขนาดใหญ่แห่เข้าไปสร้างซูเปอร์กาสิโนแบบในลาสเวกัสในบ้านเมืองของเขา และก็จะทำให้คนอังกฤษติดการพนันกันงอมแงมหนักขึ้น
       
       เพราะเจ้าซูเปอร์กาสิโนพวกนี้มันมีโลกียปัจจัยให้เสพพร้อมทุกอย่าง เรียกว่าพอเหยียบย่างเข้าไป ท่านก็จะได้สัมผัสกับความหรูหราตระการตา แต่ตั้งแต่ก้าวแรกเลยทีเดียว ก้มลงไปดูพื้นส่วนที่ไม่ใช่พรมก็จะเป็นหินอ่อนสวยงาม ที่เป็นพรมก็จะเป็นพรมหนานุ่มชนิดเหยียบลงไปแต่ละก้าวเนี่ยจมเท้าเลย
       
       อุปกรณ์การพนันก็มีให้เลือกเล่นสารพัดสารพันครบครันทุกชนิด แถมยังมีการแสดงบันเทิงหลากหลายรูปแบบ มีอาหารแพงๆ ให้ลิ้มลอง มีไนต์คลับให้เข้าไปดื่มกินและเต้นรำ และยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ที่แม้แต่กาสิโนดีๆ ในนครลอนดอนก็ยังไม่เคยมี
       
       ท่านที่เคยชมภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ มาแล้วคงนึกภาพออกนะครับว่า กาสิโนพวกนี้บรรยากาศข้างในหรูหราตระการตาแค่ไหน มันเหมือนกับสโมสรของคนชั้นสูงอะไรแบบนั้น คือ พนักงานที่เป็นชายก็ล้วนสุดหล่อ แต่งตัวโก้หรู สวมชุดทักซิโดผูกหูกระต่ายเป็นที่ชม้ายชาตามองของขาพนันหญิงๆ พนักงานที่เป็นหญิงก็ล้วนสุดสวย แต่งตัววาบหวิว ขาพนันชายเข้าไปแล้วนอกจากจะได้เล่นพนันกันให้เต็มอิ่มก็ยังได้ดูสาวๆ เหล่านี้เป็นอาหารตาไปด้วย
       
       สรุปแล้วมันคือ แดนโลกีย์ที่เข้าง่ายออกยาก โดยเฉพาะสำหรับพวกที่ชอบเสพอบายมุขเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่ละครับ ซูเปอร์กาสิโนพวกนี้ละครับที่จะแห่เข้าไปบุกอังกฤษ หลังจากกฎหมายพนันฉบับใหม่ของอังกฤษมีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
       
       พวกที่ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้เขามีข้ออ้างน่าฟังครับ คือ เขาบอกว่า รัฐบาลสามารถจะนำรายได้จากการพนันไปยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนยากคนจนได้ อย่างเช่นซูเปอร์กาสิโนเนี่ย ถ้าออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการไปเปิดในพื้นที่ยากจน ก็จะช่วยสร้างงานให้แก่คนในพื้นที่ได้
       
       เช่นเดียวกับโครงการเมืองโอลิมปิกที่กำลังสร้างกันอยู่ในย่าน East End ทางฟากตะวันออกของกรุงลอนดอน ก็อย่างที่ทราบๆ กันนะครับว่า ลอนดอน ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่จะมีขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า รัฐบาลก็เลยเอาโครงการนี้ไปลงในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นย่านเสื่อมโทรม โดยจัดสรรงบที่ได้จากกำไรจากสลากกินแบ่งไปใช้ในโครงการ

 
เจ้ามือหวย 411-11 ฟังหวยออนไลน์ คอหวย

เจ้ามือหวย เฮง เฮง เฮง รวย รวย รวย โปรแกรมหวย คอหวย เลขเด็ด

เลข ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่ง หวยตรวจ เด็ดเลข สลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย เด็ดเลข สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยหุ้น เลขเด็ด หวยดัง หวย16 หวย1 สลากกินแบ่ง16 ท้าวพันศักดิ์ เสี่ยบิ๊ก อู๋บางบอน หลวงพ่อปากแดง เขาฉกรรจ์ เนตรทิพย์ หวยเด็ด หวยซอง หวยรัฐบาล หวยบน ลอตเตอรี่ตรวจ ตรวจสลาก หวยออก ตรวจลอตเตอรี่ หวยออนไลน์ หวยเลขเด็ด หวยผล เลขเด็ดหวย สมาคมหวย หวยมาเลย์ ผลหวย หวยบนดิน หวยไทย มหาหมอดู หวยงวดนี้ สถิติหวย หวยซองงวด ตรวจหวยรัฐบาล วิ่งเลขเด็ด หวยลาว หลวงพ่อปากแดง สลากกินแบ่ง ไทยรัฐหวย หวยไทยรัฐ หวยเจ้ามือ สูตรหวย รวมหวยซอง ใบตรวจหวย หวยออมสิน หวยวันนี้ หวยมาเลเซีย ดูหวย เช็คหวย เจ้ามือหวย คอหวย ซื้อหวย หวยใต้ดิน โปรแกรมหวย โปรแกรมเจ้ามือหวย แทงหวย เล่นหวย หุ้นหวย 411-11.com หวยหุ้น โปรแกรมหวย เจ้ามือหวยหุ้น เจ้ามือหวยรัฐบาล แทงหวย รับหวย เลขชุด คอหวย เลขเด็ด เลขดัง เลขเด่น เลขปิด เลขล๊อก เลขอั้น เล่นหวย หวย หวยงวดนี้ หวยชุด หวยดัง เจ้ามือหวยนิเคอิ หวยเด็ด หวยเด่นหวยใต้ดิน หวยปิด เจ้ามือหวย หวยล๊อก หวยล๊อค หวยอั้น ฟังหวยออนไลน์ หวยหมา เจ้ามือหวย หวยอั้น หลวงพ่อปากแดง หวยใต้ดิน หวย หวยเด็ดงวดนี้ ข่าวหวย หวยดัง เจ้ามือหวยใต้ดิน เจ้ามือหวย ตรวจหวย ออนไลน์ โปรแกรมเจ้ามือหวย หวยหุ้น เจ้ามือหวย นิเคอิ ตรวจหวย วันนี้ ทั้ง หวยหุ้น หวยรัฐบาล หวยเด็ด หวยดัง เจ้ามือหวยรัฐบาล หวยซอง หวยไทย เลขเด็ด หวย เลขวิ่ง เลขเด็ด เลขเด่น เลขดัง หวยเด็ด หวยดัง ผลสลากเลขเด็ด ตรวจสลาก เลขดัง เลขเด่น สำหรับ คนเล่นหวย เลขวิ่ง หวยเด็ด อาจารย์ดัง ตรวจสลาก หวยเสี่ยบิ๊ก หวยแม่นชั้นเทพ หวยพันเอกสุชาติ คุณชาย รชต ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ ถ้ำใต้น้ำ